เหตุผลที่ต้องปรับปรุงเว็บไซต์สู่ตลาดออนไลน์ให้ประสบผลสำเร็จ

ตลาดออนไลน์ เป็นการทำตลาดที่มีส่วนผลทางการตลาดเดิมเพียง 4 ด้าน คือ Product, Price, Place, Promotion อยู่แล้ว แต่การตลาดออนไลน์เพิ่มอีก 2 ด้าน คือ Personalization และ Privacy ทั้งนี้เพื่อเป็นการผสมผสานระหว่างการตลาดแบบเดิมที่เพิ่มขีดความสามารถของเทคโนโลยี เกิดเป็นองค์ประกอบของตลาดแบบใหม่ สามารถทำให้ธุรกิจออนไลน์เข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ช่วยให้เจ้าของกิจการประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น เกี่ยวกับสินค้า เกี่ยวกับพนักงาน และธุรกิจสามารถทำการค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะมีผู้ใช้ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้ธุรกิจสามารถเพิ่มปริมาณการซื้อขายได้ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามเจ้าของธุรกิจจะต้องมีความเข้าใจในตัวสินค้าของตนเอง ช่องทางการประชาสัมพันธ์ การกำหนดเป้าหมายของธุรกิจที่ชัดเจน เพื่อให้การพัฒนาสื่อตลาดออนไลน์มีประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนผสมทางการตลาดประกอบด้วย
1. ผลิตภัณฑ์ (Product)
ธุรกิจที่มีเว็บไซต์สวยงาม ตื่นตาตื่นใจ แต่ผลิตภัณฑ์ไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทำให้ไม่สามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้ ดังนั้น ผู้ผลิตควรที่จะมีการวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ของตนเอง ว่ารูปแบบควรเป็นลักษณะใด การใช้ประโยชน์ของสินค้า และกลุ่มเป้าหมายหรือผู้ซื้อ
2. ราคา (Price)
ธุรกิจจึงควรเน้นการตั้งราคาให้เหมาะสมกับคุณภาพของสินค้า หมั่นตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงราคาของคู่แข่งใกล้เคียง โดยจะต้องคำนึงน้ำหนักของสินค้า ระยะทางการจัดส่งสินค้า จะต้องระบุราคาได้ว่าลูกค้าในแต่ละประเทศถ้ามีการซื้อสินค้าของธุรกิจเรา จะต้องซื้อในราคาเท่าไร เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้เร็วขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผู้กำหนดราคา จะต้องคำนึงถึงต้นทุนการผลิตให้รอบครอบ หรือความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะ
3. ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place)
การหาทำเลสำหรับการทำเว็บไซต์ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เปรียบเสมือนกับการตั้งชื่อร้านค้า โดยมีศัพท์ทางอินเทอร์เน็ตเรียกว่า โดเมนเนม (Domain Name) ในทางอินเทอร์เน็ตนั้นไม่มีข้อจำกัดทางกายภาพ ซึ่งลูกค้าจะต้องทำการเข้าสู่ร้านค้าโดยจดจำชื่อร้าน จึงควรเลือกชื่อที่จดจำได้ง่าย หากมีโอกาสเปิดช่องทางการค้าตามวิธีปกติได้ก็ควรจะทำควบคู่กันไปด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ การมีเว็บไซต์นั้น จะเป็นประโยชน์ต่อการให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่ลูกค้าก่อนตัดสินใจซื้อ หรือมีการซื้อซ้ำได้
4. การส่งเสริมการขาย (Promotion)
การส่งเสริมการขายบนเว็บไซต์เป็นสิ่งจำ ที่เรียกว่า ป้ายโฆษณาบนเว็บไซต์ (Banner Advertising) มีลักษณะคล้ายสื่อสิ่งพิมพ์ แต่จะแสดงบนเว็บไซต์อื่น เช่น การประชาสัมพันธ์เว็บไซต์โดยการลงทะเบียนในเว็บไซต์ การประมูลขายสินค้าในเว็บไซต์ การบริการหลังการขายก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะสามารถ ทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ และอาจกลับมาซื้อสินค้าซ้ำ หรืออาจบอกต่อเพื่อนๆ ให้มาใช้บริการร้านออนไลน์ของผู้ขายต่อไปได้
5. การให้บริการแบบเจาะจง (Personalization)
ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตทำให้เว็บไซต์ที่จัดทำขึ้น สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าแต่ละคนได้ สามารถให้บริการแบบเจาะจงกับลูกค้าแต่ละรายได้ และใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ประเภท Data Mining ทำการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ในการซื้อสินค้าของลูกค้าแต่ละราย รวมทั้งการเสนอขายสินค้าแบบ Cross Sell นอกจากนี้ยังสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปพัฒนาการให้บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ ด้วยระบบ Call Center ได้อีกทาง
6. การรักษาความเป็นส่วนตัว (Privacy)
เมื่อมีการซื้อขายสินค้าผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้ซื้อต้องมีการกรอกข้อมูลส่วนตัวของตนส่งไปให้ผู้ขาย ดังนั้น ผู้ขายจะต้องรักษาความลับของข้อมูลเหล่านี้ โดยต้องไม่เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ของลูกค้าก่อนได้รับอนุญาต ซึ่งผู้ดูแลเว็บไซต์จำเป็นต้องสร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ว่า ข้อมูลเหล่านี้จะไม่ถูกโจรกรรมออกไปได้ โดยผู้ขายจะต้องระบุนโยบายเกี่ยวกับการรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า หรือ Privacy Policy ให้ชัดเจนบนเว็บไซต์ และปฏิบัติตามกฎนั้นอย่างเคร่งครัด

การทำธุรกิจออนไลน์เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ขยายการตลาด ใช้เวลาในการโปรโมทสินค้าได้รวดเร็ว ทำให้ลดระยะเวลาในการโปรโมท เข้าถึงลูกค้าได้อย่างทั่วถึงไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ใกล้หรือไกล และที่สำคัญที่สุดประหยัดค่าใช้จ่ายในการโปรโมทเมื่อเปรียบเทียบกับสื่อต่างๆ นำการตลาดออนไลน์ไปใช้ ในธุรกิจของคุณดู

Posted in สินค้าและบริการ | Tagged | Comments Off

การออกแบบที่ดีให้เหมาะสมกับเป้าหมายและลักษณะของเว็บไซต์


ในการออกเว็บไซต์นั้นโดยคนึงถึงความสะดวกของผู้ใช้เป็นหลัก ขั้นตอนการวางแผนเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ การออกแบบเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ประเภทใด ล้วนแต่มีการวางแผนเพื่อการออกแบบ เว็บไซต์ที่คล้ายๆกัน ได้แก่ การกาหนดวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ เว็บไซต์ส่วนใหญ่จะมีการกาหนดวัตถุประสงค์ชัดเจน ผู้เข้าชมเว็บไซต์ต้องการข้อเท็จจริง เมื่อเข้าชมแล้วจะพยายามค้นหาข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ต้องการ เว็บไซต์ที่ มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน จะทาให้ผู้เข้าชมยอมรับเว็บไซต์โดยง่าย เช่น ข้อมูลเพื่อการศึกษาจะให้ข้อมูลด้าน การศึกษาอย่างชัดเจน ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาหรือผู้สนในในการศึกษาหลากหลาย สาขาวิชา เป็นต้น การกาหนดวัตถุประสงค์เว็บไซต์ที่ชัดเจนก่อนการสร้างเว็บไซต์ จะทาให้ผู้สร้างเว็บไซต์ มั่นใจได้ว่าเว็บไซต์จะประสบผลสาเร็จตรงตามวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ คาถามแรกในการตั้งวัตถุประสงค์ คือ ทำไมต้องการสร้างเว็บไซต์นี้
วัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ของการสร้างเว็บไซต์เพื่อ
– เพื่อให้บริการ
– เพื่อขายสินค้า
– เพื่อแสดงข้อมูลในหัวข้อต่างๆ
– เพื่อประกาศหรือประชาสัมพันธ์
– เพื่อแนะนาตัวเอง(เจ้าของเว็บไซต์)
– เพื่อสร้างเครือข่ายชุมชน
– เพื่อเผยแพร่ข่าวสารที่มีความเฉพาะเจาะจง
การกำหนดวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์อาจเป็นเรื่องปกติทั่วไป แต่การสร้างวัตถุประสงค์ให้มี เอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นเรื่องยาก เช่น ถ้าจะสร้างเว็บไซต์ให้บริการจะต้องให้ข้อมูลทางการตลาดและ เนื้อหาส่วนที่เกี่ยวข้อง ควรเข้าใจหลักการในการกาหนดวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ในกรณีที่จะให้บริการ ด้วย ต้องยึดมั่นในวัตถุประสงค์ เช่น บางเว็บไซต์จะมีข้อความบอกพันธกิจของเว็บไซต์หรือหน้าเว็บเพจที่  ธิบายวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ บอกว่าเว็บไซต์นี้เกี่ยวกับอะไร มีวัตถุประสงค์อย่างไร คาดว่าผู้เยี่ยมชม เว็บไซต์จะได้รับอะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นวิธีการที่จะสามารถเชื่อมโยงให้ผุ้เข้าชมเว็บไซต์ได้เข้าใจ วัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ที่สร้างขึ้น เมื่อผู้เยี่ยมชมเข้าใจวัตถุประสงค์ของผู้ใช้แล้วก็จะสามารถตอบข้อสงสัย ต่างๆได้ การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่จะออกแบบเว็บไซต์จะต้องคำนึงถึงผู้ที่จะเข้าชมเว็บไซต์ว่าเป็น กลุ่มเป้าหมายที่สาคัญ ดังนั้นก่อนที่จะออกแบบเว็บไซต์จะต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์ให้ชัดเจน ว่าต้องการให้ใครมาเยี่ยมชม โดยดูวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ ว่าเว็บไซต์นั้นๆมีการถ่ายทอดอะไรกับผู้เยี่ยม ชมเว็บไซต์ก็จะทราบว่ากลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์คือกลุ่มใด สิ่งสำคัญที่ผู้ออกแบบเว็บไซต์ต้องตระหนัก คือการพัฒนาเว็บไซต์ ต้องคานึงว่าใครเป็นผู้อ่านข้อมูลเหล่านี้ ภาพและเสียงที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นอย่างไร คำสำคัญที่จะจูงใจกับกลุ่มเป้าหมาย

Posted in สินค้าและบริการ | Tagged | Comments Off

ก่อนที่จะสร้างเว็บไซต์ต้องรู้จักลูกค้าออนไลน์ ให้ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง


ก่อนที่จะเริ่มทำเว็บไซต์ อยากจะให้คุณเข้าใจถึง ธรรมชาติของ “ผู้เข้าชมเว็บ” (Web Visitors) และ สถิติน่าสนใจของการใช้เว็บไซต์ ก่อน เพื่อที่คุณจะได้ปรับแผนการตลาดออนไลน์ของคุณให้ตอบสนองกับพฤติกรรมของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์เหล่านี้

วัยรุ่นใจร้อน
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยธรรมชาติ จะใจร้อน อยากทราบข้อมูลสินค้า บริการที่เขาสนใจโดยทันทีทันใด และสามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้เลย ดังนั้นเว็บไซต์ของคุณต้องบอกชัดเจนเลยว่า เว็บไซต์ของคุณขายอะไร โดยเฉพาะ “หน้า Homepage” หรือหน้าแรกของเว็บไซต์ต้องบอกทุกอย่างที่คุณเป็น เพราะถ้าลูกค้าเข้ามาที่หน้า Homepage และหาข้อมูลไม่เจอว่าเว็บไซต์คุณทำอะไร ก็จะออกไปจากหน้าเว็บไซต์ของคุณทันที ดังนั้นวิธีแก้คือ ต้องบอกที่หน้า Homepage เลย ว่าเว็บไซต์ของคุณขายอะไร เขาจะได้ไม่รีบออกไป มีผลการวิจัยชิ้นหนึ่งบอกว่า ผู้ที่เข้ามาหน้าเว็บไซต์จะใช้เวลาอยู่ในแต่ละหน้าเพียงแค่ 5 วินาที แสดงว่าเว็บสวยแค่ไหน ถ้าให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ก็เป็นเว็บที่ลูกค้าจะไม่ให้ความสนใจ ดังนั้นเว็บไซต์ของเราต้องสามารถให้ข้อมูลข่าวสาร ที่ต้องการสื่อสารไปยังผู้รับสาร ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ครบถ้วน เท่านี้ก็เรียกว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพแล้ว

เบื่อง่าย หน่ายเร็ว
เว็บไซต์ที่มีข้อมูลที่ไม่น่าสนใจ ไม่มีจุดเด่น เหมือนกับเว็บไซต์คู่แข่งอื่นๆ ของคุณ หรือเนื้อหาในเว็บไซต์ไม่ได้รับการอัพเดทเป็นเวลานาน ทำให้เว็บไซต์ของคุณดูน่าเบื่อ เพราะไม่มีความแตกต่างเกิดขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับเว็บไซต์อื่น เว็บไซต์นั้นก็ไม่ชวนให้น่าติดตามอีกต่อไป ดังนั้นคุณต้องทำให้เว็บไซต์ของคุณน่าสนใจ มีความโดดเด่นเมื่อเทียบกับคู่แข่ง และหมั่นอัพเดทข้อมูลข่าวสารบนเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ที่เข้าเว็บไซต์มาแล้ว กลับมาเยี่ยมชมเว็บไซต์บ่อยๆ

ความจำสั้น
เนื้อหาบนเว็บไซต์ต้อง สั้น กระชับ ดึงดูดความสนใจ ไม่ควรยืดเยื้อเกินไป อาจจะใช้ Banner ที่ไม่ใหญ่เกินไป และเขียนคำโฆษณาบน Banner ของคุณ ให้ผู้เข้าเว็บไซต์จำ Banner นั้นได้ แทนที่คุณจะใช้วิธีอธิบายหรือพรรณนาเป็นประโยคยาวๆ

ชอบดูผ่านๆ ไม่ชอบอ่านละเอียด
ในความเป็นจริง ผู้เข้าเว็บไซต์จะไม่อ่านเนื้อหาทั้งหมด แล้วคลิกมาที่เมนูล่างสุดของเว็บ เขาจะดูผ่านๆ เท่านั้น อาจจะอ่านไปเพียง สอง หรือสามบรรทัดแล้วไม่อ่านต่อ แต่จะโทรมาถามเลยก็ได้ ดังนั้นการสร้างเมนู Contact us หรือข้อมูล ให้ลูกค้าติดต่ออยู่ด้านบนจึงเป็นเรื่องสำคัญ และโยงไปถึงการจัดวาง Layout หน้าเว็บไซต์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เปรียบได้กับการมีหน้าร้านซึ่งจะต้องมีการจัดวางและตกแต่งให้ดี คุณจึงจำเป็นต้องคิดว่าพื้นที่ของเว็บไซต์จะจัดอย่างไรให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด การจัดวางนั้นก็ควรให้ยึดหลักการสร้างความประทับใจ ความเข้าใจในเนื้อหา และความสะดวกในการติดต่อเจ้าของเว็บไซต์ให้มากที่สุด

ขี้ระแวง
ปกติผู้เข้าเว็บไซต์จะกลัวโดนหลอก และมีความระแวงก่อน ดังนั้นคุณต้องบอกเขาว่าคุณน่าเชื่อถืออย่างไร เช่น หากเป็นเว็บไซต์ขายสินค้าแบบ e-Commerce ก็ควรได้รับการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ และแสดงโลโก้บนเว็บไซต์ของคุณ เป็นต้น

เมื่อเราเข้าใจผู้บริโภคในอินเทอร์เน็ตมากขึ้น การออกแบบหน้าเว็บไซต์ของเราก็ต้องยิ่งระมัดระวังมากขึ้นด้วย เว็บที่สวยบางเว็บ อาจจะสร้างความยุ่งยากให้กับทั้งลูกค้าและผู้ดูแลเว็บ เช่น กรณีที่เว็บไซต์นั้นมีการเขียน Code เพื่อให้เว็บไซต์แสดงผลในรูปแบบที่หวือหวามากขึ้น หรือการใช้ Flashและ Animation ที่ดูสวยแปลกตา แต่ข้อเสียคือไม่สามารถเล่นได้บนอุปกรณ์บางประเภทอย่างเช่น iPad และ iPhone เป็นต้น แม้ความสวยจะมีส่วนที่ช่วยดึงดูดสายตา แต่เว็บที่ดีควรแข่งกันที่ความชัดเจนในการนำเสนอ รวมไปถึงเนื้อหาในส่วนต่างๆ มากกว่า

Posted in สินค้าและบริการ | Tagged , | Comments Off

ช่องทางการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อการทำร้านค้าออนไลน์


การทำธุรกิจ e-Commerce เป็นรูปแบบหนึ่งของการประกอบธุรกิจ ซึ่ง จะต้องอาศัยทั้งศาสตร์และ ศิลป์ โดยเฉพาะความรู้ความเข้าใจทางด้านการตลาด ตั้งแต่วิธีการเข้าถึงและดึงกลุ่มเป้าหมาย (Come-In) จากยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีมากกว่าหนึ่งพันล้านรายในปัจจุบัน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อม ให้เกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ ส่งผลทำให้เกิดรายได้ (Income) จากเว็บไซต์ของธุรกิจ ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของตัวคุณในการเข้ามาทำธุรกิจออนไลน์นั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะมองเห็นความเป็นไปได้ของการทำธุรกิจออนไลน์และการประสบความสำเร็จโดยมีสิ่งที่ต้องเตรียม ความพร้อมเบื้องต้น

การเริ่มต้นธุรกิจ e-Commerce ดำเนินการได้หลายรูปแบบและสามารถมีพัฒนาการไปตามโอกาส ในการเติบโตของธุรกิจ ดังนี้
– การลงประกาศขายสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ที่เป็นสื่อกลางการซื้อขาย โดยผู้ให้บริการด้านตลาดกลาง (e-Marketplace): เพื่อทดสอบตลาดด้วยสินค้าจำนวนไม่มาก  ของใช้ส่วนตัว ของหายาก ซึ่งทำให้ไม่ต้องยุ่งยากในการดูแลเว็บไซต์ และการติดต่อทางการเงิน
– นำสินค้าออกประมูลทางอินเทอร์เน็ต: หากคุณมีสินค่จำนวนไม่มาก หรือเป็นของที่หายาก และไม่ต้องการความยุ่งยากในการจัดการเกี่ยวกับเว็บไซต์ ก็สามารถนำสินค้านั้นมาประมูลได้ โดยผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการในรูปแบบนี้ เช่น eBay หรือ pramool
– การใช้บริการจาก e-Commerce  สำเร็จรูป เป็นการซื้อระบบงาน e-Commerce สำเร็จรูปเข้ามาใช้ จะหาซื้อระบบได้ง่าย ส่วนใหญ่มีมาตรฐานเดียวกัน จะทำให้ประหยัดงบประมาณและใช้เวลาไม่นานในการติดตั้ง แต่อาจแก้ใขให้ตรงกับความต้องการหรือความเหมาะสมของธุรกิจได้ยากและหากผู้พัฒนายกเลิกไปจะไม่สามารถขอคำปรึกษาได้อีก
– พัฒนาร้านค้าออนไลน์โดยจ้างบุคคลภายนอกดำเนินการ ซึ่งจะเป็นผู้มีความชำนาญงาน ทำให้การพัฒนาได้เร็ว ตามงบประมาณที่ได้มีการจัดสรรไว้ แต่ต้องระวังข้อมูลของธุรกิจอาจถูกเปิดเผยและ มีปัญหาในการบำรุงรักษา
–  พัฒนาร้านค้าออนไลน์โดยทีมงานของตนเอง: ใช้ทีมงานของตนเอง ซึ่งต้องมีทักษะ ความรู้และประสบการณ์ ในการพัฒนาระบบ e-Commerce ซึ่งใช้เวลานานและต้นทุนสูง แต่สามารถตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ค่อนข้างจะยุ่งยาก

 

 

Posted in สินค้าและบริการ | Tagged | Comments Off

ทางเลือกในการเปิดและออกแบบเว็บไซต์สำหรับผู้ที่คิดจะทำะธุรกิจ

การจะเป็นเจ้าของเว็บไซต์ สักเว็บในปัจจุบันมีทางเลือกหลายทางเลือก ซึ่งจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ผู้ประกอบการควรจะมีข้อมูลดังกล่าวไว้ เพื่อจะได้พิจารณาใช้ได้อย่างเหมาะสม เรียนรู้การใช้โปรแกรมเขียนเว็บไซต์ และการเขียนโปรแกรมเอง วิธีนี้ ผู้ประกอบการที่พอจะมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์หลายคนพยายามเรียนรู้ที่จะใช้ โปรแกรมออกแบบเว็บไซต์และศึกษาการเขียนโปรแกรมประกอบเว็บไซต์ ซึ่งหากทำได้ดีก็ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคลากรหรือบริษัทออกแบบเว็บไซต์และก็มีอิสระที่เปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ในส่วนต่างๆ แต่อย่างไรก็ตามการจะเรียนรู้ในลักษณะดังกล่าวต้องใช้เวลาค่อนข้างมากและเป็นเรื่องทางเทคนิคที่บางท่านเข้าใจได้ยาก เนื่องจากไม่ได้มีพื้นฐานทางด้านคอมพิวเตอร์และออกแบบมาก่อน

จ้างบุคลากรประจำพนักงานมาจัดทำและดูแล
การจ้างพนักงานประจำมาจัดทำและดูแลเว็บไซต์ ซึ่งมีข้อดีก็คือ สะดวกในด้านการประสานงานเมื่อเทียบกับจ้างบริษัทจากภายนอกมาดำเนินการ แต่คุณภาพของเว็บไซต์ จะดีขึ้นอยู่กับบุคลากรที่จ้างมา ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยอีกปัญหาหนึ่งก็คือ พนักงานที่มี ความสามารถก็ทำงานได้ไม่นานก็มักจะเปลี่ยนงานใหม่ ทำให้เสียเวลารับคนใหม่ และคนใหม่ที่เข้ามามักจะดูแลงานต่อจากเดิมได้ไม่ดี เพราะคนเก่าไม่ได้จัดทำคู่มือ หรือเอกสารในการพัฒนาระบบไว้ให้ ข้อเสียของแบบนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ค่าใช้จ่ายจ้างพนักงานทางด้านนี้ที่มีความสามารถทำงานได้ดีค่อนข้างสูง ค่าจ้างมีตั้งแต่ 12,000 – 40,000 บาทต่อเดือน

จ้างบุคลากรแบบ ฟรีแลนซ์
การจ้างบุคลากรแบบฟรีแลนซ์ คือการจ้างทำงานแบบไม่ประจำ ซึ่งบางคนที่รับงานก็ยังทำงานประจำอยู่ที่บริษัทอื่นหรือบางคนก็รับงานแบบอิสระไม่สังกัดบริษัทใด ซึ่งข้อดีสำหรับทางเลือกนี้ก็คือ ค่าใช้จ่ายค่อนข้างต่ำแต่ข้อควรระวังก็คือ คุณภาพงานที่ควบคุมได้ยาก เสี่ยงกับการถูกละทิ้งงานหากงานมีความยาก หรือซับซ้อนเกินกว่าการประเมินเมื่อตอนรับงาน การประสานงานมักทำได้ลำบาก เนื่องจากไม่ได้อยู่ประจำที่ออฟฟิศ ต้องมีการรับส่งงานกันทางอีเมล์และควรระวังเรื่องลิขสิทธิ์ของงาน เนื่องจากบางคนอาจไปคัดลอกการออกแบบจากเว็บไซต์ต่างประเทศหรือ การใช้รูปภาพที่มีลิขสิทธิ์ ซึ่งจะส่งผลเสียหายได้มากหากเว็บไซต์ที่เปิดตัวไปมีปัญหาในเรื่องดังกล่าว การจ้างทำงานแบบฟรีแลนซ์นี้ บางคนก็มีความรับผิดชอบและมีคุณภาพ แต่จากประสบการณ์ของผมแล้ว จะพบได้น้อยมากซึ่งกลุ่มฟรีแลนซ์ที่มีคุณภาพมักจะถูกจ้างงานไปก่อนแล้วโดยบริษัทรับพัฒนาเว็บไซต์

จ้างบริษัทมาดำเนินการ
การจ้างบริษัทออกแบบเว็บไซต์มืออาชีพนั้นถือได้ว่าจะให้งานที่มีคุณภาพสูงเพราะมีการทำงานอย่างมีแบบแผน เป็นระบบและมีประสบการณ์ แต่ข้อเสียที่สำคัญคือ ค่าใช้จ่ายสูงมาก รวมทั้งโดยมากจะมีการเก็บค่าดูแลต่อเนื่อง ซึ่งทางเลือกนี้เหมาะสำหรับ องค์กรขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนมากพอควร และ ต้องการเว็บไซต์ที่มีระบบที่ได้รับการออกแบบพิเศษให้ตรงกับความต้องการขององค์กร เว็บไซต์ทั่วๆไปขององค์กรขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง อาจจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลายแสนบาทก็ยังถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้เสมอ หากพบบริษัทรับจ้างแห่งใดคิดค่าใช้จ่ายต่ำเป็นพิเศษเช่นไม่กี่พันบาท ควรระวังและพิจารณาผลงานในอดีตของบริษัทให้ดี และตรวจสอบข้อเสนออย่างรอบคอบ

ใช้ระบบ เว็บไซต์สำเร็จรูป
การใช้ระบบเว็บไซต์สำเร็จรูป ที่ผู้ผลิตมีการออกแบบระบบมาแบบอเนกประสงค์ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของผู้ประกอบการแม้ว่าอาจขาดฟังก์ชั่นพิเศษบางอย่างที่จะรองรับกับความต้องการเฉพาะของผู้ประกอบการบางราย

เนื่องจากสะดวก และค่าใช้จ่ายที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ โดยผู้ให้บริการจะมีระบบเว็บไซต์ที่ได้รับการออกแบบไว้แล้วโดยมีหน้าตารูปแบบให้เลือกเพื่อให้เหมาะกับธุรกิจในแต่ละธุรกิจ รูปแบบที่ให้เลือกเรียกว่า เทมเพลต (Template)ซึ่งบุคคลทั่วไปที่มีความรู้เพียงการใช้คอมพิวเตอร์ธรรมดาและใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ ก็สามารถที่จะจัดทำและบริหารเว็บไซต์ในระบบนี้ได้และ จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือ เจ้าของเว็บไซต์สามารถปรับปรุงแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอดเวลา

Posted in สินค้าและบริการ | Tagged , | Comments Off